shem wood พื้นไม้ลามิเนต pergo พื้นไม้จริง bellefloor/walk on wood

 

               
 


 

ข้อมูลการเลือกใช้พื้นไม้

 

พื้นไม้ทั่วไปในปัจจุบันจำแนกได้ 2 ประเภท

•  ประเภทไม้พื้นที่ต้องไปขัด และเคลือบผิวที่หน้างาน ซึ่งในอดีตเราใช้ไม้ประเภทนี้อยู่ทั่วไป เช่น ไม้ปาร์เก้ ไม้มะค่า ไม้แดง ไม้เต็ง ไม้สัก ไม้ประดู่ ฯลฯ

•  ประเภทไม้พื้นสำเร็จรูป ซึ่งเป็นพื้นไม้ประเภทขัดทำสี หรือเคลือบผิวสำเร็จมาจากโรงงาน เมื่อนำไปปูและติดตั้งสามารถใช้งานได้เลย เช่น พื้นไม้ลามิเนต ไม้ปาร์เก้สำเร็จ ฯลฯ

 

เราแบ่งเป็นชนิดของพื้นไม้ตามลักษณะการใช้งานดังนี้

•  ชนิดไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้สน, ไม้บาร์ชา

•  ชนิดไม้กึ่งเนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก, ไม้บีช, ไม้เมเปิ้ล, ไม้โอ๊ค, ไม้เชอร์รี่, ไม้ยมหอม ฯลฯ

•  ชนิดไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้แดง, ไม้เต็ง, ไม้ประดู่, ไม้ตะเคียนทอง, ไม้เสาดำ, ไม้หลุมพลอ ฯลฯ

•  ชนิดไม้ลามิเนต เป็นไม้พื้นที่นำเอาไม้บีช, ไม้เมเปิ้ล, ไม้โอ๊ค, ไม้สน ที่อายุประมาณ 2-4 ปี ที่ลำต้นไม่โต นำมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีล่าสุดนำไม้มาบดอัดด้วยความร้อนสูง และแรงดันสูง HDF เพื่อให้ทำต่อแรงกดทับ 200-300 กก./ตารางนิ้ว โดยไม่ยุบตัว เคลือบด้วยเรซินซึ่งกันรอยขีดข่วนได้ และทนทานที่สุดของพื้นไม้ลามิเนต และผิวหน้าแกร่งที่สุดของไม้พื้นทุกประเภท

 

คุณสมบัติของไม้แต่ละชนิด

ไม้สัก เป็นไม้กึ่งเนื้อแข็งที่คุณสมบัติพิเศษที่เป็นไม้ที่มีปัญหาเรื่องปลวกเล็กน้อยมาก รวมถึงเมื่อใช้ไปแล้วเกิดการสึกกร่อน และเป็นไม้ชนิดเดียวที่เวลาใช้งานเสี้ยนโผล่จากไม้น้อยมาก ส่วนใหญ่จะทำ ประตู หน้าต่าง เฟอร์นิเจอร์ ไม่ค่อยนิยมใช้ทำพื้นเนื่องจากราคาแพง หากเป็นไม้ขนาดใหญ่และมีความหนา เว้นแต่ปาร์เก้ไม้เสค และสีของไม้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม่ยาก

ไม้มะค่า, ไม้ประดู่, ไม้แดง เป็นไม้เนื้อแข็ง ในอดีตนิยมทำพื้น วงกบประตู หน้าต่าง แต่เนื่องจากปัญหาคือ สีที่ไม่เสมอ ซึ่งหาได้ยากมาก รวมถึงต้องขัดทา มีสีค่อนข้างเข้มจัด ไม่เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ หรือบ้านที่ทันสมัยในปัจจุบัน

ไม้โอ๊ค, บีช, เมเปิ้ล, เชอร์รี่ เป็นไม้จากต่างประเทศ ซึ่งเป็นไม้กึ่งเนื้อแข็ง สีสันสว่าง นุ่มนวล สบายตา แต่หากจะให้ดีต้องมีการกรอบไม้ให้แห้งสนิท ก่อนจะนำมาใช้ ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่าไม่มีการกระทำดังกล่าว ทำให้ไม้ดังกล่าวมีการหดตัว เสียหายได้ง่าย ซึ่งไม่นิยมมาทำพื้นไม้ ส่วนใหญ่จะทำเฟอร์นิเจอร์

ไม้ลามิเนต เป็นไม้พื้นสำเร็จจากต่างประเทศ มีสีสันให้เลือกมากมาย มีการโก่งงอของพื้นไม้น้อยที่สุด ผิวหน้าแกร่ง สามารถทนรอยขีดข่วนได้ดี เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ บ้านที่ทันสมัย มีสีสว่าง เนียนตา ร่องรอยต่อสนิทกว่าไม้ทุกประเภท ทำความสะอาดได้ง่าย มีสีไม้ให้เลือกหลายสี เช่น สีบีช, โอ๊ค, เมเปิ้ล, เชอร์รี่, สัก, แอ็ช ฯลฯ มีการรับประกัน สีสันเสมอกันทุกแผ่น ปัญหากระทบจากปลวกน้อยมาก

ไม้ยางพารา เป็นไม้กึ่งเนื้อแข็ง มีสีขาว มีการหดตัวสูง เมื่อโดนความชื้นจะเกิดเชื้อราได้ง่ายหากไม่มีการอบน้ำยา

 

องค์ประกอบในการเลือกพื้นไม้

•  พื้นสีเข้มจะทำให้ห้องดูมืดทึบ จะหาเฟอร์นิเจอร์เข้าได้ค่อนข้างยาก เช่น ไม้มะค่า

•  พื้นที่ออกเป็นแนวคลาสสิค หรูหรา ควรจะเป็นสีไม้ประเภทไม้โอ๊ค, ไม้สก

•  พื้นที่ต้องการความอบอุ่น นุ่มนวล ควรจะเป็นสีไม้ประเภทไม้บีช, ไม้แอ็ช

•  พื้นที่ต้องการให้ดูสว่าง ควรจะเป็นสีพื้นไม้เมเปิ้ล, ไม้เบิช

•  พื้นที่ต้องการโทนสีออกเหลืองส่วนใหญ่จะเป็นไม้ยาง หรือไม้ย้อมสี

•  พื้นไม้ลามิเนตเป็นพื้นไม้ที่มีให้เลือกทุกโทนสี

 

การเลือกใช้พื้นไม้ควรพิจารณาวัตถุประสงค์การนำไปใช้เพราะพื้นบ้านถือเป็นองค์ประกอบหลักส่วนหนึ่งของบ้าน

•  หากบ้านนั้นเป็นบ้านเก่าที่อยู่แล้วจะปรับปรุงใหม่ ในเรื่องของพื้นไม้ มีข้าวของเฟอร์นิเจอร์ มีเครื่องปรับอากาศ ต้องการความรวดเร็วในการติดตั้ง สามารถใช้งานได้เลย ควรเลือกไม้พื้นสำเร็จรูปเพื่อขจัดปัญหาความยุ่งยากทั้งมวลของการขัด ซึ่งมากไปด้วยฝุ่น และเวลารวมทั้งความสกปรก

•  หากจะตกแต่งบ้านตามสไตล์ตัวเอง หรืองานด้านสถาปนิก ควรจะกำหนดสไตล์สีสัน เฟอร์นิเจอร์ โทนสี

•  หากบ้านใหม่พื้นที่ไม่ได้รับความเสียหายจากการทำงานของช่างหลายฝ่าย พื้นไม้ควรทำเป็นขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งควรจะทำเฟอร์นิเจอร์บิลอินท์ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน จะทำให้พื้นไม่เสียหาย

•  การบริการก่อนการติดตั้งและมีการบริการหลังการขายมีการรับประกัน รวมถึงช่างซึ่งได้รับการฝึกอบรม มีความชำนาญ มีความรับผิดชอบสูงในการทำงาน จะทำให้งานออกมาเรียบร้อย พื้นโดยทั่วไปการตระเตรียมพื้นควรมีผิวเรียบ ขัดมัน พร้อมปรับระดับพื้นเสมอกัน เพื่องานออกมาเรียบร้อย

ก่อนการตัดสินใจเลือกพื้นไม้ควรพิจารณาทุกอย่างให้ละเอียดทั้งคุณภาพ ราคาคุณสมบัติ การบริการก่อนการขาย และหลังการขาย และเลือกโทนสีให้เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์

 

 

 
 © 2006 Copyright all rights reserved | Shemwood Co.,Ltd.

 

 


Powered by AIWEB