shem wood พื้นไม้ลามิเนต pergo พื้นไม้จริง bellefloor/walk on wood

 

               
 


พื้นไม้ลามิเนตคืออะไร

พื้นไม้ลามิเนตคือ พื้นไม้นำสมัยที่มีผิวเคลือบด้านหน้าคุณภาพสูง ประกอบด้วยชั้นไม้ที่นำมาบดอัดด้วยความร้อนและแรงดันสูง ปัจจุบันพื้นไม้ลามิเนตมีมากมายหลายยี่ห้อ ก่อความสับสนให้กับผู้บริโภคเป็นอย่างมากว่ามีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งจะอธิบายในช่วงต่อไป

 ไม้ลามิเนตผลิตด้วยระบบ DPL (Direct pressed laminated floor)

•  นำแผ่นเคลือบผิวหน้า, กระดาษลวดลาย, ชั้นไม้ และแผ่นกันความชื้นด้านล่าง มากดเข้าด้วยกันในชั้นตอนเดียว ซึ่งมีราคาถูกกว่าระบบ HPL และไม่แข็งแรงทนทาน

•  ไม่เหมาะสำหรับพื้นที่เปียกชื้น ส่วนใหญ่ไส้ในทำด้วย MDF Board

ไม้ลามิเนตผลิตด้วยระบบ HPL (High pressure laminated floor)

•  นำแผ่นเคลือบผิวหน้า, กระดาษลวดลาย และชั้นกระดาษจำนวน 3 ชั้น มาประกบเข้าด้วยกันในขั้นตอนแรก จากนั้นจึงนำลามิเนตเข้ากับชั้นไม้ และแผ่นกันความชื้นด้านล่าง

•  มีราคาสูงกว่าเนื่องจากผลิตหลายขั้นตอน และมีความสามารถในการทนรอยขีดข่วนและทนแรงกระแทกได้ในระดับสูง ส่วนใหญ่มาจากยุโรป

•  เหมาะกับการใช้งานภายในอาคารสำนักงาน เช่น โรงแรม, ออฟฟิศทั่วไป, บูติค และห้องโล่ง

 

การดูพื้นไม้ลามิเนตว่ามีคุณภาพดีหรือไม่

•  แหล่งที่มาจากประเทศยุโรป เช่น สวิสเซอร์แลนด์, สวีเดน, เยอรมัน, เบลเยี่ยม

•  แหล่งที่มาจากประเทศมาเลเซีย จะระบุว่า Technology German

•  แหล่งที่มาจากประเทศจีน จะระบุว่า Technology German หรือ Laminate German

ซึ่งระบบการผลิตที่แตกต่างกันจึงทำให้คุณภาพและราคาต่างกันออกไป พร้อมทั้งคุณสมบัติของเรซิ่น เกรดก็ต่างกัน ความแข็งแรงก็ต่างกันตามคุณสมบัติ รวมถึงลวดลายและสีสัน

•  พื้นไม้ที่มีคุณภาพต้องมี EPLF และเป็น Brand จากโรงงานที่ผลิตเช่น PERGO จาก Sweden , KRONOSWISS จาก Switzerland และ EGGER จาก Germany ซึ่งโรงงานรับประกันพื้นไม้จากโรงงาน รวมถึงมีชื่อเสียงมาไม่ต่ำกว่า 50-70 ปี สีสันสวยงามเป็นธรรมชาติ ร่องลิ้นมีความคม และต่อกันสนิท

•  พื้นไม้ที่มาจากมาเลเซีย ลวดลายบนหน้าสัมผัสจะไม่ชัดเจนและไม่ใกล้เคียงกับธรรมชาติเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นไม้จ้างผลิตเป็นยี่ห้อของตนเอง ซึ่งถ้าไม่ใช่พื้นไม้ผลิตจากโรงงาน บริษัทนั้นจะรับประกันเอง ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักสากล ซึ่งต้องให้บริษัทผู้ผลิตเป็นคนรับประกันพื้นไม้ วัสดุที่ใช้ทั้งหมดเป็นวัสดุเกรดต่ำกว่าของยุโรป รวมทั้งร่องลิ้นจะหลุดง่าย และต่อกันไม่สนิทเท่าที่ควร แต่ก็สามารถใช้งานได้ เพียงแต่ตัวเรซินกับการพิมพ์ลายยังไม่มีการควบคุมการผลิตดีเท่าที่ควร แนะนำให้ใช้ Brand โรงงานเป็นหลัก

•  สินค้าที่มาจากจีน ส่วนใหญ่จะมีคุณภาพด้อยกว่าทางมาเลเซีย ตั้งแต่เรซินซึ่งเป็นเกรดต่ำ ลายของพื้นไม้จะเบลอ ไม่สดใส อายุการใช้งานไม่คงทน และไส้ในเป็น MDF ซึ่งจะบิดงอได้ง่าย สีซีดจาง เมื่อเจอสภาพความร้อนชื้นในเมืองไทย จะเกิดการโก่งงอ และยังไม่มีมาตรฐานในการควบคุมสารเคมีของพื้นไม้ ซึ่งอาจจะทำให้เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคได้ หากสินค้ามีคุณภาพต่ำ

•  แนะนำให้ผู้ใช้เลือกพื้นไม้โดยไตร่ตรองดังนี้

•  ให้ดูโบว์ชัวร์จากต่างประเทศเป็นหลัก

•  ให้เปิดดู Web site ว่าพื้นไม้ยี่ห้อนั้นมีโรงงานผลิตเองหรือไม่

•  ให้ดู Brand สินค้าจาก www.eplf.com

•  พื้นไม้ลามิเนตต้องนำเข้ามากจากประเทศทางยุโรป และ/หรือ พื้นไม้มาเลเซีย ซึ่งคุณภาพต่ำกว่าทางยุโรป

•  พื้นไม้ลามิเนตต้องปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง และไม่เป็นอันตรายกับคนโดยทั่วไป รวมทั้งเด็กและผู้สูงอายุ

•  อุปกรณ์ที่ใช้รองปู ควรจะมีมาตรฐาน เพราะจะสามารถลดแรงกระแทกได้

•  ให้ดูสัญลักษณ์ ที่มาจาก EPLF และมาตรฐาน ISO9001 และ ISO14001 เป็นสำคัญ

•  พื้นไม้จากยุโรป จะมีความคงทนมากกว่า พื้นไม้มาแลเซีย และจีน สามารถใช้งานได้นานไม่แตกกร่อนได้ง่าย สีสันสวยงาม ไม่ซีดจาง สามารถทนรอยขูดขีด ทนต่อสารเคมี ทำความสะอาดง่าย ไม่ติดไฟ ให้พื้นผิวที่เรียบเนียน รวมถึงความงามที่ใกล้เคียงกับลวดลายไม้

ซึ่งปกติพื้นไม้ลามิเนต จะมี 2 ขนาด คือ 12 ม.ม. เหมาะสำหรับพื้นสำนักงาน และโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ และ 8 ม.ม. สำหรับพื้นที่พักอาศัย จะรับแรงเสียดทานน้อยกว่าอาคารสำนักงาน

ผู้ขายควรจะมีข้อแนะนำในการติดตั้งพื้น และการจัดเตรียมหน้างาน และพื้นข้างใต้ก่อนปูไม้ซึ่งสำคัญมาก พื้นคอนกรีตควรจะได้ระดับ และแห้งสนิท ไม่มีความชื้น

•  ช่างควรมีความชำนาญ และมีประสบการณ์ในการทำงานด้านพื้นไม้ลามิเนต รวมทั้งมีอุปกรณ์ในการติดตั้ง

•  ดูบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ และมีผลงานสำหรับโครงการที่มีชื่อเสียง

 

 

 
 © 2008 Copyright all rights reserved | Shemwood Co.,Ltd.

 

 


Powered by AIWEB